ศิลปะอู่ทอง

ศิลปะอู่ทอง

ศิลปะอู่ทอง ต้นกำเนิดและพัฒนาการของศิลปะในยุคนี้

ศิลปะอู่ทอง เป็นศิลปะยุคแรกๆ ในประเทศไทย มีอายุอยู่ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-16 เจริญรุ่งเรืองในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง ศิลปะอู่ทองได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียในสมัยคุปตะ และปัลลวะ ผสมผสานกับศิลปะท้องถิ่น ทำให้เกิดรูปแบบศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ยุคต้นอู่ทอง

ยุคต้นอู่ทอง มีอายุอยู่ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-13 ศิลปะในยุคนี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียในสมัยคุปตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองในยุคต้นนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปศิลปะอินเดียในสมัยคุปตะ เช่น พระพุทธรูปมีหน้าผากกว้าง ดวงตาโต จมูกโด่ง ปากเล็ก แสดงพระวรกายแบบสมมาตร สวมจีวรห่มคลุมปิดพระอังสะ

ยุคกลางอู่ทอง

ยุคกลางอู่ทอง มีอายุอยู่ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-15 ศิลปะในยุคนี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียในสมัยปัลลวะ เห็นได้จากพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองในยุคนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปศิลปะอินเดียในสมัยปัลลวะ เช่น พระพุทธรูปมีหน้าผากกว้าง ดวงตาโต จมูกโด่ง ปากเล็ก แสดงพระวรกายแบบสมมาตร สวมจีวรห่มคลุมปิดพระอังสะ แสดงพระหัตถ์ในท่าต่างๆ เช่น ท่าประทานอภัย ท่าแสดงธรรม ท่าปฐมเทศนา เป็นต้น

ยุคปลายอู่ทอง

ยุคปลายอู่ทอง มีอายุอยู่ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 ศิลปะในยุคนี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียในสมัยปาละและสุโขทัย เห็นได้จากพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองในยุคนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปศิลปะอินเดียในสมัยปาละและสุโขทัย เช่น พระพุทธรูปมีหน้าผากกว้าง ดวงตาโต จมูกโด่ง ปากเล็ก แสดงพระวรกายแบบสมมาตร สวมจีวรห่มคลุมปิดพระอังสะ แสดงพระหัตถ์ในท่าต่างๆ เช่น ท่าประทานอภัย ท่าแสดงธรรม ท่าปฐมเทศนา เป็นต้น

ยุคทองแห่งพุทธศาสนาในประเทศไทย

ศิลปะอู่ทองมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ โดยเฉพาะพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองที่งดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แสดงถึงฝีมือช่างที่ประณีตและเชี่ยวชาญ พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองมักทำจากสำริดหรือหิน มีขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ แสดงพระวรกายแบบสมมาตร สวมจีวรห่มคลุมปิดพระอังสะ แสดงพระหัตถ์ในท่าต่างๆ เช่น ท่าประทานอภัย ท่าแสดงธรรม ท่าปฐมเทศนา เป็นต้น

ความโดดเด่นของพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองทำให้ศิลปะอู่ทองได้รับการขนานนามว่า “ยุคทองแห่งพุทธศาสนาในประเทศไทย” พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทยในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ศิลปะอู่ทองยังพบหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เช่น เจดีย์ โบสถ์ วิหาร เป็นต้น เจดีย์ศิลปะอู่ทองมักมีฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม เรือนธาตุเป็นทรงกลมหรือทรงระฆัง ยอดเจดีย์เป็นทรงบัวคว่ำบัวหงาย โบสถ์ศิลปะอู่ทองมักมีขนาดเล็ก มีหลังคาซ้อนกันสองชั้น วิหารศิลปะอู่ทองมักมีขนาดใหญ่ มีหลังคาซ้อนกันสามชั้น

ศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่มีอิทธิพลต่อศิลปะยุคต่อๆ มา ศิลปะอู่ทองได้ถ่ายทอดรูปแบบและแนวคิดต่างๆ ไปสู่ศิลปะสมัยสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ตัวอย่างศิลปะยุคต่อๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอู่ทอง ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย พระพุทธรูปศิลปะอยุธยา และพระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ เป็นต้น

ศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรม สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมและศาสนาในประเทศไทย ศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่ควรค่าแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้

พระพุทธรูปในยุคสมัยของศิลปะอู่ทอง

พระพุทธรูปศิลปะอู่ทอง เป็นพระพุทธรูปที่งดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แสดงถึงฝีมือช่างที่ประณีตและเชี่ยวชาญ พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองมักทำจากสำริดหรือหิน มีขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ แสดงพระวรกายแบบสมมาตร สวมจีวรห่มคลุมปิดพระอังสะ แสดงพระหัตถ์ในท่าต่างๆ เช่น ท่าประทานอภัย ท่าแสดงธรรม ท่าปฐมเทศนา เป็นต้น

จิตกรรมในยุคสมัยของศิลปะอู่ทอง

จิตกรรมศิลปะอู่ทอง เป็นจิตกรรมที่ปรากฏในสมัยอู่ทอง มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-16 พบหลักฐานเป็นจิตกรรมฝาผนังที่ผนังอุโบสถและวิหารในวัดโบราณหลายแห่ง เช่น วัดพระเมรุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

จิตกรรมศิลปะอู่ทองมีลักษณะเด่นคือ การใช้สีสันที่สดใส เน้นสีแดง เหลือง เขียว ฟ้า และดำ ลายเส้นมีความอ่อนช้อย ละเอียด แสดงออกถึงอารมณ์ที่อ่อนโยน เนื้อหาของจิตกรรมมักเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพเทพชุมนุม ภาพพระโพธิสัตว์ ภาพเทวดา นางฟ้า และภาพชีวิตประจำวันของผู้คน

ตัวอย่างจิตกรรมศิลปะอู่ทองที่มีชื่อเสียง ได้แก่

  • ภาพจิตกรรมฝาผนังที่วัดพระเมรุ จ.สุพรรณบุรี เป็นภาพจิตกรรมที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดของศิลปะอู่ทอง ประกอบด้วยภาพพุทธประวัติ ภาพเทพชุมนุม ภาพพระโพธิสัตว์ และภาพชีวิตประจำวันของผู้คน
  • ภาพจิตกรรมฝาผนังที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นภาพจิตกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของศิลปะอู่ทองในสมัยอยุธยาตอนต้น ประกอบด้วยภาพพุทธประวัติ ภาพเทพชุมนุม ภาพพระโพธิสัตว์ และภาพชีวิตประจำวันของผู้คน
  • ภาพจิตกรรมฝาผนังที่วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นภาพจิตกรรมที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยต่อศิลปะอู่ทอง ประกอบด้วยภาพพุทธประวัติ ภาพเทพชุมนุม ภาพพระโพธิสัตว์ และภาพชีวิตประจำวันของผู้คน

โดยจิตกรรมศิลปะอู่ทองเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของศิลปะไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้น

สถาปัตยกรรมในยุคสมัยของศิลปะอู่ทอง

สถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทอง มีรูปแบบที่เรียบง่าย แต่แข็งแรงและมั่นคง อาคารสถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองมักทำด้วยอิฐ ปูน และไม้ รูปแบบอาคารที่พบ ได้แก่ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร เป็นต้น

  • เจดีย์ศิลปะอู่ทอง มักมีฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม เรือนธาตุเป็นทรงกลมหรือทรงระฆัง ยอดเจดีย์เป็นทรงบัวคว่ำบัวหงาย ตัวอย่างเจดีย์ศิลปะอู่ทองที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดอยุธยา เจดีย์วัดพระปรางค์เหลือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น
  • โบสถ์ศิลปะอู่ทอง มักมีขนาดเล็ก มีหลังคาซ้อนกันสองชั้น ตัวอย่างโบสถ์ศิลปะอู่ทองที่มีชื่อเสียง ได้แก่ โบสถ์วัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดอยุธยา โบสถ์วัดพระปรางค์เหลือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น
  • วิหารศิลปะอู่ทอง มักมีขนาดใหญ่ มีหลังคาซ้อนกันสามชั้น ตัวอย่างวิหารศิลปะอู่ทองที่มีชื่อเสียง ได้แก่ วิหารวัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดอยุธยา วิหารวัดพระปรางค์เหลือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น

ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทอง

ในสถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ความเรียบง่าย สถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองมีรูปแบบที่เรียบง่าย แต่แข็งแรงและมั่นคง สะท้อนให้เห็นถึงฝีมือช่างที่ประณีตและเชี่ยวชาญ
  • ความสมมาตร สถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองมักมีรูปแบบที่สมมาตร สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย
  • ความแข็งแรง สถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองมักทำด้วยอิฐ ปูน และไม้ ซึ่งเป็นวัสดุที่แข็งแรงและทนทาน

สถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรม สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมและศาสนาในประเทศไทย สถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่ควรค่าแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้

ตัวอย่างสถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทอง

นอกจากตัวอย่างเจดีย์ โบสถ์ และวิหารที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองอื่นๆ ที่พบ เช่น

  • ซุ้มประตู มักทำด้วยหินทราย เป็นซุ้มประตูแบบเรียบง่าย แต่มีลวดลายประดับที่สวยงาม
  • แท่นฐาน มักทำด้วยหินทราย เป็นแท่นฐานสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือรูปเคารพอื่นๆ
  • ฐานพระพุทธรูป มักทำด้วยหินทราย เป็นฐานสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป

สถาปัตยกรรมศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่มีรูปแบบที่หลากหลาย สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางศิลปะและวัฒนธรรมของไทยในยุคนั้น

ประติมากรรมในยุคสมัยของศิลปะอู่ทอง

ประติมากรรมศิลปะอู่ทอง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

  • พระพุทธรูป
  • รูปเคารพอื่นๆ เช่น พระโพธิสัตว์ เทพเจ้า เทวดา สัตว์ เป็นต้น

พระพุทธรูปศิลปะอู่ทอง

พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่โดดเด่นที่สุดของศิลปะอู่ทอง มีลักษณะเด่นดังนี้

  • พระพักตร์สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมคางเหลี่ยม ขมวดพระเกศาเป็นปม แสดงพระวรกายแบบสมมาตร
  • สวมจีวรห่มคลุมปิดพระอังสะ
  • แสดงพระหัตถ์ในท่าต่างๆ เช่น ท่าประทานอภัย ท่าแสดงธรรม ท่าปฐมเทศนา เป็นต้น

อิทธิพลของศิลปะอู่ทอง ต่อศิลปะยุคต่อมา

ประวัติศิลปะอู่ทอง โดยศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่มีอิทธิพลต่อศิลปะยุคต่อๆ มา ศิลปะอู่ทองได้ถ่ายทอดรูปแบบและแนวคิดต่างๆ ไปสู่ศิลปะสมัยสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ตัวอย่างศิลปะยุคต่อๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอู่ทอง ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย พระพุทธรูปศิลปะอยุธยา และพระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ เป็นต้น ศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรม สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมและศาสนาในประเทศไทย ศิลปะอู่ทองเป็นศิลปะที่ควรค่าแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้

ติดตามยุคของศิลปะอื่นๆ ได้ที่ : ศิลปะอยุธยา

อ่านบทความเกี่ยวกับศิลปะเพิ่มเติมได้ที่ : https://artisworlds.com/