ศิลปะอยุธยา

ศิลปะอยุธยา

ศิลปะอยุธยา ประวัติความเป็นมาของศิลปะอยุธยา

ศิลปะอยุธยา เป็นศิลปะที่รุ่งเรืองมากในช่วงระยะเวลาประมาณ 400 ปี ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีในปี พ.ศ. 1893 จนถึงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2310 ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ศิลปะยุคอยุธยา ได้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรมของอาณาจักรอยุธยา

นักประวัติศาสตร์ศิลปะมักแบ่ง ประวัติศิลปะอยุธยา ออกเป็น 3 ยุค ได้แก่

  • ยุคต้นอยุธยา (พ.ศ. 1893-1990) เป็นยุคที่ศิลปะอยุธยาได้รับอิทธิพลจากศิลปะลพบุรีเป็นหลัก ลักษณะของศิลปะยุคนี้จึงมีความเข้มแข็ง บึกบึน แสดงถึงพลังอำนาจของอาณาจักรอยุธยาในยุคแรก
  • ยุคกลางอยุธยา (พ.ศ. 1991-2171) เป็นยุคที่ศิลปะอยุธยาได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยมากขึ้น ลักษณะของศิลปะยุคนี้จึงมีความอ่อนช้อย งดงาม สะท้อนให้เห็นถึงยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา
  • ยุคปลายอยุธยา (พ.ศ. 2173-2310) เป็นยุคที่ศิลปะอยุธยาได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมรมากขึ้น ลักษณะของศิลปะยุคนี้จึงมีความอ่อนช้อยวิจิตรพิสดาร สะท้อนให้เห็นถึงยุคสมัยที่อาณาจักรอยุธยาเริ่มเสื่อมอำนาจ

ผลงานจิตรกรรมในยุคอยุธยา

จิตรกรรมศิลปะอยุธยา เป็นศิลปะที่เจริญรุ่งเรืองมาก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อทางพุทธศาสนา นิยมเขียนเรื่องอดีตพุทธ พุทธประวัติ ทศชาติชาดก เทพชุมนุมและภาพลวดลายต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเขียนบนฝาผนังอุโบสถ วิหาร และสมุดภาพ ใช้สีฝุ่นผสมกาว ระบายเรียบ และตัดเส้น

ลักษณะของจิตรกรรมในยุคอยุธยา

  • เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา
  • การใช้สี ในระยะแรกใช้สีไม่มากนัก นิยมใช้สีแดง ดำ และขาว ต่อมามีการใช้สีเพิ่มมากขึ้น เช่น สีเหลือง เขียว ฟ้า ชมพู ม่วง
  • เทคนิคการเขียน นิยมใช้เทคนิคการระบายเรียบ ตัดเส้นด้วยสีดำหรือสีแดง
  • ลักษณะของภาพ มีลักษณะแบน เน้นความงามของเส้นและสีสัน

ผลงานจิตรกรรมในยุคอยุธยาที่มีชื่อเสียง

  • ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี เขียนเกี่ยวกับพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และไตรภูมิ
  • ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดราชบุรี เขียนเกี่ยวกับพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และไตรภูมิ
  • ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดใหม่ประชุมพล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขียนเกี่ยวกับพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และไตรภูมิ
  • ภาพจิตรกรรมในสมุดข่อย สมัยอยุธยา เกี่ยวกับพุทธประวัติและไตรภูมิ

ผลงานประติมากรรมในยุคอยุธยา

ศิลปะอยุธยาเป็นศิลปะที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของไทย ครอบคลุมระยะเวลากว่า 400 ปี ประติมากรรมศิลปะอยุธยา ในยุคนี้จึงมีหลากหลายรูปแบบและลวดลายที่งดงาม สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา และฝีมืออันประณีตของช่างไทยในยุคนั้น ประติมากรรมในยุคอยุธยาแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือพระพุทธรูปและรูปเคารพทางศาสนาอื่นๆ กับประติมากรรมประดับตกแต่ง

พระพุทธรูปในยุคอยุธยามีหลากหลายรูปแบบ แบ่งออกได้เป็น 3 ยุคหลักๆ คือ

  • ยุคต้น (พุทธศตวรรษที่ 19-23) พระพุทธรูปมีลักษณะเข้มแข็ง บึกบึน แสดงออกถึงความสง่างามและอำนาจ มักทำด้วยทองสำริดหรือหินทราย
  • ยุคกลาง (พุทธศตวรรษที่ 24-25) พระพุทธรูปมีลักษณะอ่อนช้อย แสดงออกถึงความเมตตากรุณา มักทำด้วยทองสำริดหรือหินอ่อน
  • ยุคปลาย (พุทธศตวรรษที่ 26-28) พระพุทธรูปมีลักษณะงดงามวิจิตรบรรจง แสดงออกถึงความอ่อนโยน มักทำด้วยทองคำหรือเงิน

รูปเคารพทางศาสนาอื่นๆ

  • นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ยังมีรูปเคารพทางศาสนาอื่นๆ ที่พบในยุคอยุธยา เช่น พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ เทวดา นางฟ้า เป็นต้น รูปเคารพเหล่านี้มักทำด้วยทองสำริด หินทราย หรือไม้

ประติมากรรมประดับตกแต่ง

  • ประติมากรรมประดับตกแต่งในยุคอยุธยามักทำจากหินทรายหรือปูนปั้น พบเห็นได้ในอาคารสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เช่น วัดวาอาราม พระราชวัง ปราสาท เป็นต้น ประติมากรรมประดับตกแต่งเหล่านี้มักมีลวดลายที่งดงามวิจิตรบรรจง เช่น ลายกนก ลายดอกบัว ลายใบไม้ เป็นต้น

ตัวอย่างผลงานประติมากรรมประดับตกแต่งในยุคอยุธยาที่มีชื่อเสียง

  • ลายกนกประดับพระปรางค์วัดมหาธาตุ
  • ลายดอกบัวประดับพระอุโบสถวัดพระศรีสรรเพชญ์
  • ลายใบไม้ประดับพระวิหารวัดพนัญเชิง

ผลงานสถาปัตยกรรมในยุคอยุธยา

กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทยนานถึง 417 ปี ในช่วงเวลาอันยาวนานนี้ กรุงศรีอยุธยาได้เจริญรุ่งเรืองทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมอันรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดีคือ ผลงาน สถาปัตยกรรมศิลปะอยุธยา ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

สถาปัตยกรรมในยุคอยุธยาสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุค ดังนี้

ยุคแรก (พ.ศ. 1893-1991) สถาปัตยกรรมในยุคนี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมร นิยมสร้างปรางค์เป็นหลักประธานของวัด มีพระวิหารอยู่หน้าปรางค์ มีระเบียงคดล้อมรอบปรางค์ สถาปัตยกรรมยุคนี้ไม่มีหน้าต่าง แต่มีช่องลมแบบซี่ลูกกรงที่เรียกว่า เสามะหวด หรือบางแห่งทำแบบสันเหลี่ยมมีอกเลา

ตัวอย่างผลงานสถาปัตยกรรมในยุคแรก

  • ปรางค์วัดพระราม ปรางค์ประธานของวัดพระราม มีลักษณะเป็นปรางค์ประธานแบบเขมร มีซุ้มโถงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น
  • ปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ ปรางค์ประธานของวัดพุทไธศวรรย์ มีลักษณะเป็นปรางค์ประธานแบบเขมร มีซุ้มโถงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น

ยุคกลาง (พ.ศ. 1991-2252) สถาปัตยกรรมในยุคนี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยและศิลปะอยุธยาผสมผสานกัน นิยมสร้างเจดีย์ทรงกลมเป็นหลักประธานของวัด มีพระวิหารอยู่ด้านหน้าเจดีย์ มีระเบียงคดล้อมรอบเจดีย์

ตัวอย่างผลงานสถาปัตยกรรมในยุคกลางตั

  • พระเจดีย์ใหญ่ 3 องค์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบสุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณหน้าพระอุโบสถ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น
  • พระเจดีย์องค์ใหญ่วัดพระราม เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบสุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณหน้าพระอุโบสถ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น

ยุคปลาย (พ.ศ. 2252-2310) สถาปัตยกรรมในยุคนี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก นิยมสร้างเจดีย์แบบย่อมุมใหญ่หรือเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองเป็นหลักประธานของวัด มีพระวิหารอยู่ด้านหน้าเจดีย์ มีระเบียงคดล้อมรอบเจดีย์

ตัวอย่างผลงานสถาปัตยกรรมในยุคปลาย

  • พระเจดีย์ใหญ่วัดภูเขาทอง เป็นเจดีย์แบบย่อมุมใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น
  • พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย เป็นเจดีย์แบบย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งอยู่บริเวณวัดสวนหลวงสบสวรรค์ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น

อิทธิพลของศิลปะอยุธยา

ศิลปะอยุธยามีอิทธิพลต่อศิลปะในภูมิภาคต่าง ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ศิลปะล้านนา ศิลปะล้านช้าง ศิลปะลาว เป็นต้น นอกจากนี้ ศิลปะอยุธยายังได้รับอิทธิพลจากศิลปะของภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ศิลปะอินเดีย ศิลปะจีน ศิลปะเขมร เป็นต้น ศิลปะอยุธยาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งของประเทศไทย ผลงานศิลปะอยุธยาหลายชิ้นได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ศิลปะอยุธยาจึงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรมของอาณาจักรอยุธยา

สรุปศิลปะอยุธยา

ศิลปะอยุธยาเป็นศิลปะที่เริ่มตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1893 จนถึงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พ.ศ. 2310 นักประวัติศาสตร์ศิลปะมักแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ

  • ยุคที่หนึ่ง นับตั้งแต่พระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1893–1990 ยุคนี้นิยมศิลปะลพบุรี
  • ยุคที่สอง นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พ.ศ. 1991 ถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พ.ศ. 2171 ยุคนี้กลับไปนิยมศิลปะสุโขทัยอันเนื่องจากสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเป็นกษัตริย์ที่มีเชื้อสายราชวงศ์สุโขทัย
  • ยุคที่สาม นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 ถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ พ.ศ. 2251 โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงโปรดศิลปกรรมแบบเขมร
  • ยุคที่สี่ นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พ.ศ. 2275 ถึงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พ.ศ. 2310 ยุคนี้ศิลปะอยุธยาได้พัฒนาถึงขีดสูงสุด

ลักษณะเด่นของศิลปะอยุธยา

ศิลปะอยุธยามีลักษณะเด่นที่ผสมผสานระหว่างศิลปะของอาณาจักรต่างๆ เข้าด้วยกัน ดังนี้

  • ศิลปะลพบุรี เห็นได้จากพระพุทธรูปที่มีพระวรกายหนา ใบหน้าเหลี่ยม ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย มีลักษณะเคร่งขรึม
  • ศิลปะสุโขทัย เห็นได้จากพระพุทธรูปที่มีพระวรกายบาง ใบหน้ากลม ขมวดพระเกศาเป็นเส้นกลม มีลักษณะอ่อนโยน
  • ศิลปะเขมร เห็นได้จากปราสาท เจดีย์ อาคารต่างๆ ที่มีฐานบัวคว่ำบัวหงาย ลวดลายปูนปั้น ลวดลายแกะสลัก

ศิลปะอยุธยาเป็นศิลปะที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย เป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานระหว่างศิลปะของอาณาจักรต่าง ๆ เข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางศิลปะและวัฒนธรรมของไทย

ติดตามยุคของศิลปะอื่นๆ ได้ที่ : ศิลปะยุคหิน

อ่านบทความเกี่ยวกับศิลปะเพิ่มเติมได้ที่ : https://artisworlds.com/